{{brizy_dc_image_alt imageSrc=
{{brizy_dc_image_alt imageSrc=
{{brizy_dc_image_alt imageSrc=

บทบาทและความรับผิดชอบของหัวหน้าพ่อครัวมีอะไรบ้าง?


บทบาทและความรับผิดชอบของหัวหน้าพ่อครัวมีอะไรบ้าง?

ในโลกของการทำอาหารที่ทุกอย่างต้องแข่งขันกับเวลา หัวหน้าพ่อครัวมีบทบาทที่สำคัญมากในการควบคุมคุณภาพอาหารให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ ความรับผิดชอบของตำแหน่งนี้ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการครัว การนำทีม ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับแขกที่มารับประทานอาหารที่ร้าน ซึ่งบทบาทนี้มาพร้อมกับหน้าที่อะไรบ้าง? และหัวหน้าพ่อครัวแตกต่างจากหัวหน้าเชฟอย่างไร? บทความนี้จะพาคุณมาหาคำตอบเพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญของตำแหน่งนี้ในวงการอาหารกัน

หัวหน้าพ่อครัว คืออะไร?

หัวหน้าพ่อครัว คือ อะไร?

นอกเหนือจากหัวหน้าเชฟแล้ว หัวหน้าพ่อครัวหรือ Chef de Cuisine นั้นถือเป็นตำแหน่งระดับสูงที่มีความสำคัญไม่แพ้กันในแวดวงการครัว เพราะตำแหน่งนี้คือมีหน้าที่บริหารจัดการงานประจำวันภายในครัวทั้งหมด ตั้งแต่การดูแลพนักงานทุกคน ควบคุมขั้นตอนการเตรียมอาหาร จัดการคลังสินค้า รวมไปถึงการรักษาคุณภาพของอาหาร ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอาหารทุกจานเป็นไปตามมาตรฐานของร้าน ดังนั้นหัวหน้าพ่อครัวจึงต้องทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับทุกฝ่าย คอยมอบหมายงาน สร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ และดูแลการดำเนินงานโดยรวมภายในครัวให้เป็นไปอย่างราบรื่น 

ตำแหน่งหัวหน้าพ่อครัว (Head Chef) กับหัวหน้าเชฟ (Executive Chef) แตกต่างกันอย่างไร?

แม้ว่าทั้งสองตำแหน่งจะเป็นระดับผู้นำเหมือนกัน แต่ขอบเขตความรับผิดชอบของหัวหน้าพ่อครัวและหัวหน้าเชฟนั้นต่างกัน โดยหัวหน้าพ่อครัวมักจะอยู่ในแนวหน้าของการปฏิบัติงาน โดยรับผิดชอบการดำเนินงานประจำวันภายในครัว และมีส่วนร่วมกับทีมโดยตรงเพื่อรักษาประสิทธิภาพของการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างราบรื่น

ในขณะที่หัวหน้าเชฟจะมีบทบาทที่กว้างกว่าหัวหน้าพ่อครัว โดยจะมุ่งเน้นไปที่การบริหารงานในภาพรวมของครัวทั้งหมด และการบริหารร้านในเชิงธุรกิจ หัวหน้าเชฟอาจมีส่วนร่วมกับการดำเนินงานภายในครัวน้อยกว่าหัวหน้าพ่อครัว แต่จะเน้นรับผิดชอบในแง่ของการวางแผนกลยุทธ์ระยะยาว การบริหารการเงิน รวมถึงการพัฒนาแบรนด์ สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ สองบทบาทนี้จะแยกกันอย่างชัดเจน แต่สำหรับธุรกิจที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก หัวหน้าพ่อครัวอาจต้องรับบทบาทหัวหน้าเชฟร่วมด้วย

หน้าที่และความรับผิดชอบของหัวหน้าพ่อครัว

หน้าที่ของหัวหน้าพ่อครัวนั้นไม่ใช่เพียงแค่ผู้ที่มีความชำนาญในด้านการปรุงอาหาร หากแต่ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างสรรค์เมนูไปจนถึงการบริหารจัดการพนักงานทุกคนในครัว โดยหน้าที่และความรับผิดชอบหลัก ๆ ของหัวหน้าพ่อครัวมีดังต่อไปนี้:

  • การสร้างสรรค์และพัฒนาเมนู: หัวหน้าพ่อครัวมีหน้าที่ในการออกแบบเมนู เลือกวัตถุดิบ และกำหนดวิธีการนำเสนออาหารให้สอดคล้องกับแนวคิดของร้าน นอกจากนี้ยังต้องดูความเหมาะสมระหว่างความสวยงาม รสชาติ และคุณภาพให้มีความคงที่ในทุกจาน
  • การจัดการงานครัว: การบริหารงานในครัวให้ดำเนินไปอย่างราบรื่นต้องอาศัยทักษะผู้นำระดับสูง โดยหัวหน้าพ่อครัวจะต้องกำกับดูแลทีมงานทุกระดับตั้งแต่รองหัวหน้าพ่อครัว (Sous Chef) ไปจนถึงพ่อครัวแผนกต่าง ๆ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ตำแหน่งนี้ยังมีหน้าที่ในการฝึกอบรมพนักงานใหม่ จัดตารางเวลาการทำงาน รวมถึงการแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างให้บริการลูกค้า
  • การควบคุมคุณภาพ: หนึ่งในหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของหัวหน้าพ่อครัวคือการรักษาคุณภาพของอาหารให้มีความคงที่ ตรวจสอบทุกขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบไปจนถึงการเสิร์ฟอาหารให้แก่ลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าเมนูทุกจานได้มาตรฐานสูงสุด 
  • การจัดการคลังสินค้าและวางแผนงบประมาณ: อีกบทบาทหนึ่งที่สำคัญของหัวหน้าพ่อครัวคือการจัดการคลังสินค้าและวางแผนงบประมาณสำหรับการบริหารงานในครัว ซึ่งรวมถึงการสั่งซื้อวัตถุดิบ บริหารจัดการสินค้าในคลัง และลดปริมาณอาหารเหลือทิ้ง (Food Waste) ให้น้อยที่สุดเพื่อให้ธุรกิจมีกำไรมากขึ้น

การดูแลด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย: หัวหน้าพ่อครัวมีหน้าที่ดูแลให้ทุกอย่างในครัวเป็นไปตามมาตรฐานสุขอนามัยและความปลอดภัย ตั้งแต่การจัดการอาหาร การเก็บรักษาอาหาร การรักษาความสะอาดภายในครัว และคอยกำกับดูแลให้พนักงานทุกคนปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยที่ถูกต้อง

เลือกศึกษาต่อด้านการทำอาหารเพื่อเริ่มต้นเส้นทางสู่การเป็นหัวหน้าพ่อครัว

ศึกษาต่อด้านการทำอาหารเพื่อเริ่มต้นการเป็นหัวหน้าพ่อครัว

การก้าวสู่ตำแหน่งหัวหน้าพ่อครัวเป็นเส้นทางที่ท้าทายและน่าตื่นเต้น เพราะต้องอาศัยความทุ่มเทอย่างหนัก ประสบการณ์ที่มากพอและความหลงใหลอย่างลึกซึ้งในศาสตร์แห่งการปรุงอาหาร หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความฝันอยากทำงานในตำแหน่งนี้ ก้าวแรกที่สำคัญคือการเลือกเข้าศึกษาที่โรงเรียนสอนทำอาหารเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถและสร้างจุดแข็งให้คุณมีข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน หลักสูตรการศึกษาที่เหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างรากฐานความรู้และทักษะที่จำเป็น

แน่นอนว่าการเลือกโรงเรียนสอนทำอาหารเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับก้าวแรกของความสำเร็จ Culinary Arts Academy Switzerland หนึ่งในโรงเรียนสอนทำอาหารที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งจัดอันดับโดย QS Rankings ให้เป็นโรงเรียนสอนทำอาหารอันดับ 1 ในสวิตเซอร์แลนด์และอันดับ 7 ของโลก มีหลักสูตร Bachelor of Arts in Culinary Arts และ Bachelor of Arts in Pastry & Chocolate Arts  ที่ไม่เพียงแต่มอบความรู้ด้านการทำอาหาร แต่ยังรวมถึงทักษะการบริหารจัดการที่จำเป็นสำหรับการเป็นหัวหน้าพ่อครัวในอนาคต โดยทั้งสองหลักสูตรนี้ใช้เวลาเรียน 3 ปีและฝึกงานทั้งหมด 2 ครั้ง ตลอดหลักสูตร คุณจะได้ฝึกปฏิบัติจริงกว่า 1,100 ชั่วโมงในห้องครัวที่มีอุปกรณ์ครบครันและทันสมัย เมื่อสำเร็จการศึกษา คุณจะได้รับปริญญา 2 ใบ ทั้งจาก Culinary Arts Academy Switzerland และ University of Derby, UK 

สำหรับผู้ที่จบปริญญาตรีและสนใจศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านศิลปะการประกอบอาหาร Culinary Arts Academy Switzerland พร้อมเติมเต็มความฝันของคุณในการก้าวสู่การเป็นเชฟมืออาชีพระดับโลก ด้วยหลักสูตร Master of Arts in Culinary Business Management ที่จะยกระดับทักษะและความเชี่ยวชาญของคุณสู่มาตรฐานสากล และสำหรับผู้ที่สนใจหลักสูตรระยะสั้น ทางสถาบันมีโปรแกรมประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงของสวิตเซอร์แลนด์ให้เลือกทั้งในด้าน Culinary Arts และ Pastry and Chocolate Arts ใช้เวลาเรียนเพียง 1 ปี พร้อมโอกาสฝึกงานจริง 1 ภาคการศึกษา 

ด้วยความทุ่มเท ทักษะ และประสบการณ์ที่สั่งสมมาจนเชี่ยวชาญ ความฝันที่จะเป็นหัวหน้าพ่อครัวสามารถเป็นจริงได้อย่างแน่นอน หากคุณสนใจที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโอกาสทางการศึกษาในด้านศิลปะการประกอบอาหาร ติดต่อทีมที่ปรึกษาของ Swiss Education Group ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-652-1481 หรือ LINE @swisseducation

คำถามที่พบบ่อย

Q: สถาบัน Culinary Arts Academy Switzerland ตั้งอยู่ที่ไหน?

A: สถาบัน Culinary Arts Academy ตั้งอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมี 2 วิทยาเขต ได้แก่ วิทยาเขต Le Bouveret และ Brig สำหรับสองปีแรก คุณจะได้เรียนที่วิทยาเขต Le Bouveret ส่วนปีที่ 3 และปีสุดท้ายจะเรียนที่วิทยาเขต Brig

Q: สถาบัน CAAS มีคอร์สระยะสั้นสำหรับคนที่ไม่อยากเรียน 3 ปีไหม?

A: สำหรับใครที่อยากเรียนคอร์สระยะสั้น เรามีหลักสูตรประกาศนียบัตร Swiss Diploma in Culinary Arts ที่ใช้เวลาเรียนเพียง 1 ปี รวมการฝึกงาน 1 ครั้ง

Our News & Blogs

{{brizy_dc_image_alt entityId=

ทำไม “Hospitality” ถึงสำคัญ? ความหมาย บทบาท และผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจ

{{brizy_dc_image_alt entityId=

Hospitality vs Business Degree: เลือกสาขาไหนดีสำหรับอนาคตของคุณ

{{brizy_dc_image_alt entityId=

เรียนการโรงแรมที่สวิตเซอร์แลนด์: เส้นทางสู่อนาคตระดับนานาชาติ

{{brizy_dc_image_alt entityId=

10 อาหารคริสต์มาสแบบดั้งเดิมจากทั่วโลก

Chat With Us

Chat

with us

Contact

us

Attend our

seminar