{{brizy_dc_image_alt imageSrc=
{{brizy_dc_image_alt imageSrc=
{{brizy_dc_image_alt imageSrc=

อนาคตของการบริหารรายได้ในธุรกิจโรงแรม


เมื่อ AI, CLV และ Loyalty เปลี่ยนโฉมวงการโรงแรม

“Revenue Management” หรือ การบริหารรายได้ในธุรกิจโรงแรม หมายถึงการจัดการราคาและจำนวนห้องพักให้เหมาะกับความต้องการของตลาด เพื่อขาย “ห้องที่ใช่ ให้กับลูกค้าที่ใช่ ในเวลาที่ใช่ ในราคาที่เหมาะสม”

แต่ในยุคดิจิทัล ปัจจัยสำคัญไม่ได้มีแค่ราคาห้องอีกต่อไป - เทคโนโลยีอย่าง ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเชิงลึก (Customer Lifetime Value: CLV) และระบบสมาชิก (Loyalty Programs) กำลังเข้ามาเปลี่ยนแนวคิดการบริหารรายได้ให้เป็นภาพรวมของ “คุณค่าทั้งหมดจากลูกค้า” แทนที่จะมองแค่รายได้ต่อการเข้าพักหนึ่งครั้งเท่านั้น

การเปลี่ยนแปลงของการบริหารรายได้

โรงแรมยุคใหม่ไม่ได้มองรายได้จากแค่ค่าห้องพัก แต่รวมถึงการใช้บริการอื่น ๆ เช่น ห้องอาหาร สปา หรือการจองห้องประชุมด้วย ตัวอย่างเช่น ลูกค้าธุรกิจคนหนึ่งอาจพักเพียง 2 คืน แต่ใช้บริการร้านอาหารและห้องประชุม ซึ่งสร้างรายได้มากกว่าการขายห้องพักอย่างเดียว ดังนั้น ผู้จัดการรายได้ในอนาคตต้องมองเห็น “มูลค่ารวมของแขกแต่ละคน” ไม่ใช่แค่รายได้จากห้องพัก

นอกจากนี้ การทำงานของฝ่ายต่าง ๆ ก็ต้องเชื่อมโยงกันมากขึ้น — ฝ่ายการตลาด ฝ่ายขาย ฝ่ายบริการ และฝ่ายรายได้ จะต้องร่วมกันวางแผน เพื่อให้กลยุทธ์ด้านราคาและโปรโมชั่นสอดคล้องกันทั้งหมด

เทคโนโลยีใหม่ที่เปลี่ยนโลกของ Revenue Management

1. ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning)

AI ช่วยให้โรงแรมสามารถวิเคราะห์รูปแบบการจองได้อย่างแม่นยำ เช่น คาดการณ์ความต้องการห้องพักในช่วงต่าง ๆ และปรับราคาทันทีแบบเรียลไทม์โดยไม่ต้องรอให้พนักงานมานั่งคำนวณเอง นอกจากนี้ AI ยังสามารถคาดเดาพฤติกรรมของแขกได้ เช่น แขกรายใดมีแนวโน้มจะอัปเกรดห้อง หรือใช้บริการเสริม โรงแรมจึงสามารถส่งข้อเสนอเฉพาะบุคคล (Personalized Offers) ได้ตรงใจและเพิ่มรายได้ต่อแขกหนึ่งคน (Revenue per Guest)

2. การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ (Predictive Analytics)

คือการใช้ข้อมูลในอดีตและปัจจุบันเพื่อทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้น เช่น คาดว่าช่วงไหนจะมีแขกน้อย หรือใครมีแนวโน้มจะยกเลิกการจอง เพื่อให้ฝ่ายจัดการเตรียมโปรโมชั่นหรือปรับราคาล่วงหน้าได้

3. การวิเคราะห์เชิงแนะนำ (Prescriptive Analytics)

เป็นขั้นต่อไปของการคาดการณ์ เพราะระบบจะไม่เพียงบอกว่า “จะเกิดอะไรขึ้น” แต่ยังเสนอว่า “ควรทำอะไรต่อ” เช่น หากมีสัญญาณว่าช่วงกลางสัปดาห์ยอดจองต่ำ ระบบอาจแนะนำให้จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิกหรือลดราคาเฉพาะห้องบางประเภท

ระบบอัตโนมัติและการตัดสินใจแบบเรียลไทม์

ในยุคที่ลูกค้าจองห้องผ่านมือถือเพียงไม่กี่นาที โรงแรมต้องสามารถ “ตอบสนองทันที” เมื่อมีความต้องการเพิ่มขึ้น ระบบอัตโนมัติช่วยให้สามารถปรับราคาหรือจำนวนห้องที่เปิดขายได้ทันทีเมื่อตลาดเปลี่ยนแปลง เช่น มีการจัดงานประชุมใหญ่ในเมือง ระบบจะขึ้นราคาห้องโดยอัตโนมัติภายในไม่กี่วินาที

การตั้งราคาแบบยืดหยุ่นและเฉพาะบุคคล (Dynamic & Personalized Pricing)

การตั้งราคาที่เหมือนกันสำหรับทุกคนอาจไม่เหมาะอีกต่อไป ในอนาคต โรงแรมจะใช้ข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้าเพื่อเสนอราคาหรือโปรโมชั่นที่ “ตรงใจ” แต่ละคน เช่น แขกที่จองบ่อยอาจได้ส่วนลดพิเศษ หรือแขกที่มักจองห้องวิวทะเลอาจเห็นราคาแตกต่างจากคนอื่น ราคาจึงกลายเป็น “ภาษาของการสื่อสาร” ที่บอกถึงคุณค่า ความสัมพันธ์ และความเข้าใจในลูกค้า มากกว่าจะเป็นแค่ตัวเลข

CLV: การวัดคุณค่าของลูกค้าตลอดอายุความสัมพันธ์

Customer Lifetime Value (CLV) คือแนวคิดที่เปลี่ยนมุมมองจาก “รายได้ต่อครั้ง” มาเป็น “รายได้จากลูกค้าคนหนึ่งตลอดช่วงเวลาที่เขาใช้บริการโรงแรม” แขกที่มาพักหลายครั้งในราคาปานกลาง อาจมีมูลค่ารวมมากกว่าแขกที่มาครั้งเดียวแต่พักห้องราคาแพง เพราะแขกประจำจะกลับมาอีก แนะนำเพื่อนต่อ และใช้บริการอื่น ๆ มากกว่า งานวิจัยพบว่า หากโรงแรมสามารถเพิ่มอัตราการกลับมาพักของลูกค้าเพียง 5% ก็สามารถเพิ่มกำไรได้ถึง 25–95%! ดังนั้น โรงแรมที่ให้ความสำคัญกับ CLV จึงได้เปรียบในระยะยาว

ระบบสมาชิก (Loyalty Program) ที่สร้างความผูกพัน

ระบบสมาชิกยุคใหม่ไม่ได้ให้เพียงแต้มสะสม แต่เน้น “ประสบการณ์และความรู้สึกพิเศษ” เช่น การจำวันเกิดลูกค้า การจัดห้องตามความชอบ หรือมอบสิทธิ์เฉพาะสำหรับลูกค้าประจำ แขกที่รู้สึกว่าโรงแรม “เข้าใจและใส่ใจ” จะไม่สนใจแค่ราคา แต่จะเลือกกลับมาพักซ้ำ ๆ เพราะรู้สึกผูกพัน นั่นคือหัวใจของ “loyalty ที่แท้จริง”

การบูรณาการข้อมูลระหว่างแผนก

เมื่อข้อมูลลูกค้ากระจัดกระจายอยู่ในระบบต่าง ๆ เช่น การจอง การตลาด และฝ่ายบริการ โรงแรมจะไม่สามารถมองเห็นภาพรวมได้ แต่ถ้าทุกฝ่ายแชร์ข้อมูลร่วมกัน เช่น ประวัติการพัก การใช้บริการ และความพึงพอใจ โรงแรมจะสามารถตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น — ฝ่ายการตลาดจะรู้ว่าเมื่อไรควรส่งโปรโมชั่น ฝ่ายบริการจะรู้ว่าควรดูแลแขกแบบไหน และฝ่ายรายได้จะตั้งราคาได้ตรงกับมูลค่าจริงของแขก

เตรียมพร้อมสำหรับอนาคตของธุรกิจโรงแรม

อนาคตของ Revenue Management จะไม่หยุดอยู่ที่การตั้งราคา แต่จะรวมถึงการใช้ AI, การวัด CLV, การทำ Personalized Pricing, และการสร้าง Loyalty เพื่อเพิ่มกำไรในระยะยาว สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือ “คน” ที่มีทักษะวิเคราะห์ข้อมูล เข้าใจลูกค้า และสามารถเชื่อมโยงทุกแผนกให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน

การศึกษาด้านการจัดการโรงแรม เช่น หลักสูตรของ César Ritz Colleges Switzerland จึงมุ่งพัฒนานักศึกษายุคใหม่ให้มีทั้งความรู้ด้านธุรกิจ การบริหารรายได้ และความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ เพื่อเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมบริการแห่งอนาคต อนาคตของธุรกิจโรงแรมไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาที่ดีที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับ “การสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุด” ให้กับแขกทุกคน

 

Our News & Blogs

{{brizy_dc_image_alt entityId=

ทำไม “Hospitality” ถึงสำคัญ? ความหมาย บทบาท และผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจ

{{brizy_dc_image_alt entityId=

Hospitality vs Business Degree: เลือกสาขาไหนดีสำหรับอนาคตของคุณ

{{brizy_dc_image_alt entityId=

เรียนการโรงแรมที่สวิตเซอร์แลนด์: เส้นทางสู่อนาคตระดับนานาชาติ

{{brizy_dc_image_alt entityId=

10 อาหารคริสต์มาสแบบดั้งเดิมจากทั่วโลก

Chat With Us

Chat

with us

Contact

us

Attend our

seminar